Case study : Growth Hacking จาก 0 ถึง 100,000 ฉบับ Otop

Growth Hacking

วันนี้เรามาดู ตัวอย่างเคส Growth Hacking ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ในฉบับ บ้านๆ ที่ทำได้จริงเห็นเงิน แสน ในเวลาไม่ถึงเดือน มาเรียนรู้ วิธีการแฮกธุรกิจ โดย Savecyber เป็นที่ปรึกษาดูนะครับ

 

ซึ่งธุรกิจนี้ก็คือ การขายบ้านน็อคดาวน์สำเร็จรูป นั่นเอง จะว่าไปในธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ เป็นอะไรที่โหดหินเอาการอยู่ ยิ่งอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจไทย ยังชะรอตัวอยู่ ทำให้การซื้อหรือลงทุนธุรกิจ ยังฝืดเคือง แต่ด้วยตัวธุรกิจ ที่ เจ้าของธุรกิจ มองเห็นว่ายังมีทางเติบโตได้ จึงลงมาทำ

 

โดยผมได้เริ่ม แนะนำการทำการตลาดออนไลน์ โดยการสร้าง เพจ Facebook 

 

ถ่ายรูปสินค้า ให้มีความหลากหลาย น่าสนใจ

 

โพสเป็นระยะเวลาประมาณ หนึ่งเดือน

 

ทีเด็ด อยู่ตรงการ แฮก ธุรกิจในการจัดกิจกรรมทางการตลาดออนไลน์ ที่ลงถึงกลุ่ม คนในปริมาณมาก เข้าถึงการโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย แคมเปญการตลาดนี้ คือ

 

แจกบ้านครับ ใช่ครับฟังไม่ผิด Savecyber แนะนำให้แจกบ้าน ราคาเป็นแสน เพื่อกระตุ้นความสนใจ ของกลุ่มเป้าหมาย มาซื้อสินค้า

 

จากเพจที่เพิ่งสร้าง ก็เริ่มมีคนกดไลด์มากขึ้น จากหลักพันเป็นหลักหมื่นคน และมียอดแชร์เป็นหลักแสน ยอดการมองเห็นโฆษณาเป็นหลักล้าน แต่เป้าหมายเราคือขายสินค้าให้ได้ ซึ่งจากปกติ ธุรกิจบ้านน็อคดาวน์ ขายได้ สามถึงสี่ หลังต่อปี

 

ผลจากการลงโฆษณา ที่ถูกกลุ่มเป้าหมาย และแคมเปญหรือกิจกรรมที่กระตุ้นความสนใจ ทำให้ ขายบ้านน็อคดาวน์ ได้ สามหลังในเวลาไม่ถึงเดือน ทำให้เกิดยอดขายและกำไรอย่างก้าวกระโดด Growth Hacking

 

ทริก คือระยะเวลาของแคมเปญการแจก บ้านน๊อคดาวน์ ราคาแสนกว่าบาท ทำให้ธุรกิจกำไรเกินกว่ารางวัลที่แจกนั่นเองครับ

 

สรุป จากผลการปฎิบัติงาน และแนะนำ ทำให้ยอดขายยังโตต่อเนื่องทุกเดือน จากการเปิดตลาดใหม่ๆ และวิธีการเข้าถึงกลุ่มค้าอย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทย อย่างละเอียด

Growth Hacking
Savecyber

Growth Hacking คืออะไร ?

Growth Hacking คืออะไร ?

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้างแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร? เวลาเอาคำนี้ไปเสิร์ชนั่งอ่านดูก็ยังงงๆ และนิยามของหลายสำนักก็ต่างกันอีก สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่..

เริ่มแรกขออธิบายนิยามคำว่า แฮกเกอร์ (Hackers) ก่อน เพราะหลายคนชอบเข้าใจผิด คิดว่ามันต้องเป็นอะไรที่แย่ๆอย่างเดียว แบบพวกเจาะระบบข้อมูลอะไรงี้ แต่จริงๆ แฮกเกอร์ หมายถึงกลุ่มคนที่ยึดในการบรรลุเป้าหมายเป็นหลัก โดยไม่สนใจวิธีการ เช่น ถ้าเราจะเข้าไปเอาของในตึกแล้วประตูมันปิดอยู่ คนธรรมดาก็อาจจะไปหากุญแจหรือรอคนอื่นมาเปิด แต่ถ้าเป็นแฮกเกอร์อาจจะทุบหน้าต่างเข้าไปแทน เพราะได้ผลลัพธ์ทันที ส่วนใหญ่มักเป็นทางลัดที่เป็นการกระทำผิด จึงทำให้คำว่า แฮกเกอร์ ถูกใช้ในทางที่ไม่ดี
แล้วเมื่อเอามารวมกับคำว่า Growth มันหมายถึงอะไร?
แบ่งออกได้เป็น 2 คำด้วยกัน

1. Growth Hackers

คือ กลุ่มคนที่ยึดมั่นในการทำธุรกิจให้เติบโตเป็นหลัก เป้าหมายของคนกลุ่มนี้มีเพียงอย่างเดียว คือ ทำยังไงก็ได้ให้ธุรกิจโตเร็วที่สุด! ไม่ว่าจะทางออฟไลน์หรือออนไลน์ ค้นหาช่องทางและโอกาสใหม่ๆสำหรับธุรกิจ การเข้าไปมีส่วนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือเรียกได้ว่าต้องเข้าไปแตะในทุกส่วนของบริษัทที่สามารถทำให้เติบโตได้ 
และเป็นชื่อเรียก อาชีพ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ ซึ่งสำคัญขนาดถูกจัดออกมาเป็นแผนกหนึ่งของบริษัทเลยทีเดียว
เพราะท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่บริษัทต้องการ คือ ‘การเติบโต’
โดย Growth Hackers ที่พูดถึง จะมีหลายหน้าที่ด้วยกัน
เราจะเรียกย่อยๆ เป็น
– Growth Engineer
– Growth Data Scientist
– Growth Designer
– Growth Marketer

ทำไมถึงเป็นกลุ่มอาชีพเหล่านี้?

เพราะแรกเริ่มเดิมทีทีม Growth จะมีบทบาทอย่างมาก ในฝ่ายสร้างผลิตภัณฑ์ เหตุผลก็ง่ายๆครับ เพราะบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมจะมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่าบริษัทอื่นหลายเท่าตัว (บ้านเราอาจเห็นภาพไม่ชัดนัก เพราะไม่ได้มีการใส่ใจในเรื่องนี้) ตัวอย่างเช่น Facebook, Apple, Google หรือ Amazon บริษัทใหญ่ๆเหล่านี้ หัวใจของเค้า คือ ผลิตภัณฑ์
แต่ต่อมา เมื่อเวลาผ่านไป การเติบโตของผลิตภัณฑ์เริ่มอยู่ตัว จึงมีการขยายความคิดแบบ Growth Hackers เข้าไปในฝ่ายอื่นๆมากขึ้น อย่างเช่น HR และ Finance เพื่อสร้างการเติบโตสำหรับตัวบริษัทเอง

พูดถึงการเติบโต มันโตแบบไหน?

ตัวอย่างผลลัพธ์จากบริษัทระดับโลกที่จริงจังในการ Growth Hacking ขอยกมา 2 บริษัทที่คิดว่าน่าจะรู้จักกันดี

Airbnb

ภาพจาก airbnb.com
Facebook
ภาพจาก Techcrunch
จาก 2 รูปด้านบน จะเห็นว่า เวลาเติบโตเนี่ย มันจะไม่ได้แต่ 3%-10% ต่อปี แต่เป็นการเติบโตแบบเท่าตัวโตขึ้นไปเรื่อยๆ และเกือบทุกบริษัทที่มีทีม Growth จริงจัง ล้วนสร้างการเติบโตได้ในรูปแบบใกล้เคียงกัน

2.) Growth Hacking

คือ ชื่อเรียกกระบวนการในการสร้างการเติบโต ถูกตั้งขึ้นโดย Sean Ellis ในปี 2010 ในงาน TechCrunch (งานอีเวนท์สำหรับคนในแวดวงเทคโนโลยี) เมื่อเค้าถูกถามว่า ตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่?

ซึ่งตัว Sean Ellis เอง ในขณะนั้นเป็นคนที่คอยช่วย Startup ใน Silicon Valley ให้เติบโต ด้วยวิธีและกระบวนการเฉพาะที่แตกต่างกับการทำการตลาดในขณะนั้นมาก จึงนิยามศัพท์ขึ้นมาเพื่อเรียกสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ในขณะนั้น ว่า ‘Growth Hacking’

แล้วมันก็ บูม!! เพราะด้วยศัพท์ที่ดูสวยหรู ง่ายต่อการนำไปโอ้อวด

แต่เบื้องหลังสิ่งที่ดูสวยงามคือสิ่งที่ใครหลายคนเกลียด

เพราะมันคือ ‘วิทยาศาสตร์’!!

วิทย์ล้วนๆ หรือเรียกอีกชื่อ คือ Scientific Marketing อธิบายได้ดังนี้

Growth Hacking หรือ Scientific Marketing คือกระบวนการ สังเกต ทดลอง และเรียนรู้ จากการสร้างสมมติฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่สามารถทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ และสามารถทำซ้ำได้

แบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน

กระบวนการ (Growth Process)

กระบวนการ คือ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการ Growth Hacking และมักไม่ถูกพูดถึง (ถ้าคุณได้ติดตามเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้ว จะเห็นได้ว่าบทความส่วนใหญ่มักพูดถึงแต่กลยุทธ์ที่บริษัทต่างๆใช้ เพื่อสร้างการเติบโต)

กระบวนการคือสิ่งที่ต้องยึดเป็นหลักการทำงานของทีม *สำคัญมาก! จากรูปด้านบนของ Brian Balfour หนึ่งใน Growth Hacker ระดับโลก ได้อธิบายไว้ว่า (อันนี้แบบย่อก่อนนะครับ เดียวฉบับเต็มมาในบทความหน้า) เราจะเริ่มต้นด้วย
1.เรียกทุกคนในทีมมาเพื่อลิสไอเดีย ว่ามีไอเดียไหนบ้างที่สามารถทำให้ธุรกิจเราโตได้เร็ว ช่วยกันลิสมาให้เยอะๆๆที่สุด
2.หลังจากนั้นคนที่เป็น Growth Lead (หัวหน้า) ก็จะเลือกไอเดียที่จะนำมาใช้จริง โดยดูจาก 3 ปัจจัยด้วยกัน

– ความยากง่ายในการทำไอเดียนี้

– ผลกระทบที่ไอเดียนี้จะสร้างขึ้น

– ความมั่นใจในไอเดียนี้

3.หัวหน้าทีมจะเลือกไอเดียมาทำจริงอยู่ที่ 3-5 ไอเดียต่อสัปดาห์ แล้วแต่ขนาดของทีม และลงมือเขียนรายละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบว่าขั้นตอนทั้งหมดในการทำให้เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง?

4.เมื่อเลือกได้แล้ว หน้าที่ของทุกคนในทีม คือ ทำทุกอย่างให้ไอเดียนี้เกิดขึ้นจริงๆ และนำไปทดลองกับกลุ่มคนเป้าหมายจำนวนหนึ่ง โดยการทดลองเราจะใช้กลยุทธ์ต่างๆในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า(ที่จะพูดถึงในหัวข้อถัดไป)

5.จดบันทึกผลตอบรับ และเรียนรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นเราได้เห็นอะไรบ้าง มันเวิร์คหรือไม่เวิร์ค วิเคราะห์มันออกมา

6.นำสิ่งที่ได้เรียนรู้มาเขียนสรุปไว้เพื่อไปใช้ต่อในอนาคต 

Growth Hacking หรือ Scientific Marketing คือกระบวนการ สังเกต ทดลอง และเรียนรู้ จากการสร้างสมมติฐาน เพื่อผลลัพธ์ที่สามารถทำนายอนาคตได้อย่างแม่นยำ และสามารถทำซ้ำได้

กลยุทธ์ (Tactics)

คือ วิธีต่างๆที่ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ และท้ายที่สุดเปลี่ยนคนเหล่านั้นเป็นลูกค้าที่รักในสินค้าและบริการของเรา โดยผ่านช่องทางต่างๆดังนี้

– Facebook, Google, Line, Youtube และ Instagram

– Event และการออกบูทงานต่างๆ

– Inbound Marketing

– Affiliate Marketing

– Business Development

– Sales

– อื่นๆ

ซึ่งขออธิบายรายละเอียดไว้ในบทความหน้า 23 วิธี สร้างฐานลูกค้าออนไลน์ สไตล์ Growth Hacks! 

Growth Hacking ส่งผลกระทบต่ออนาคตอย่างไร?

สำหรับประเทศไทยผมมองว่ายังใช้เวลาอีก 3-5 ปี กว่าคำว่า Growth Hacking จะเริ่มถูกนำมาปรับใช้อย่างจริงจังในบ้านเรา ดังนั้นบริษัทที่เริ่มปรับตัวและนำ Growth Hacking เข้ามาองค์กรได้ก่อน จะได้เปรียบในการชิงตลาดจากคู่แข่ง ทำไมถึงได้เปรียบ?

– มีการวัดผลในทุกอย่างที่ทำ รู้ได้หมดทุกรายละเอียด

– สามารถโฟกัสเฉพาะสิ่งที่ทำแล้วดีกับธุรกิจที่สุด

– เร็วกว่า!

ท้ายที่สุดมันคงไม่ใช่เรื่องของการมี Growth Hackers ในองค์กรอย่างเดียว แต่คือการที่บริษัทต่างๆ มี Growth Mindset & Culture ในองค์กร ทุกคนมีเป้าหมายเพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างรวดเร็ว วัฒนธรรมในการกล้าให้ลองผิดลองถูก ทดลองวิธีใหม่ๆที่สามารถให้ผลลัพธ์ได้ดีกว่า มีการวัดผลที่ชัดเจน และเติบโตไปในทางเดียวกัน! 

โฮสเทล กรุงเทพ ใกล้ bts ราคาถูก ไม่เกิน 300 บาท

โฮสเทล กรุงเทพ ใกล้ bts

โฮสเทล กรุงเทพ ใกล้ bts : โฮสเทล เป็นโรงแรมประเภทหนึ่งที่เน้นการบริการแบบบริการตนเอง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนร่วมเดินทางใหม่ๆ โฮสเทลนั้นราคาถูกแสนถูก ที่ตั้งก็น่าสนใจ โฮเทล (Hotel) คือที่พักที่มีบริการที่ครบครัน ตกแต่งอย่างหรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ ฟิตเนส ร้านอาหาร ห้องน้ำในตัว มีความเป็นส่วนตัวสูง เป็นต้น ราคาเข้าพักมีหลากหลาย ส่วนมากจะตั้งอยู่ใจเมืองติดถนนใหญ่ เดินทางสะดวกๆ แต่วันนี้  Savecyber จะพาไปจัดอันดับ โฮสเทล ถูกและดีมีที่ไหนกันบ้างตามมาเลย

Read More

จุดหมายปลายทาง อาจไม่สำคัญเท่าระหว่างการเดินทาง (มีภาพ)

ธรรมชาติทำให้ผมประหลาดใจทุกครั้งที่ผมพยายามที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ในภาพ

พระอาทิตย์ขึ้นผ่านหมอก

Read More